จิตวิทยา การตลาด ทำอย่างไร ให้ยอดขายเพิ่ม!

แน่นอนครับว่า ร้านอาหารแต่ละร้านล้วนมีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป บางร้านชูจุดเด่นด้านรสชาติอาหาร บางร้านเน้นที่ราคาอาหารคุ้มค่า หรือบางร้านก็ตกแต่งร้านให้แตกต่างไม่เหมือนใคร สร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ลูกค้าที่ไปเยือน แต่นอกเหนือจากคุณภาพและราคาแล้ว รู้ไหมว่า จริงๆ แล้วมีหลัก จิตวิทยา การตลาด หลายอย่าง ที่สามารถนำมาใช้เป็นเหมือนมนต์สะกด ช่วยเพิ่มยอดขายให้ร้านอาหารได้เช่นกัน วันนี้ผมมี 5 มนต์สะกดมาเล่าให้ฟัง

 

วิทยาลัยนวัตกรรมการจัดการ เปิดรับ นักศึกษา ปริญญาโท ปริญญาเอก

(บริหารธุรกิจ รัฐประศาสนศาสตร์) สถานที่เปิดรับ ศาลายา บพิตรพิมุข หัวหิน

สนใจเปลี่ยนแปลงตัวเอง และค้นหาสิ่งใหม่ ที่เรามอบให้ท่านได้

ลองโทรมาสอบถาม 092-442-8000 , 092-442-9000 , 092-442-7000

#rcim #วิทยาลัยนวัตกรรมการจัดการ

 

1.ทำยังไงให้ราคาอาหารในเมนูไม่แพงอย่างที่คิด?

ถ้าสังเกตให้ดี ร้านอาหารส่วนใหญ่โดยเฉพาะร้านอาหารหรูๆ จะมีชื่อเมนูอาหารและราคา แต่ไม่มีหน่วย “บาท” เช่น สเต๊กวากิว 500.- (ใส่เครื่องหมายกำกับด้านหลัง) แต่จะไม่เขียนว่า 500 บาท

งานวิจัยหลายฉบับพูดตรงกันครับว่า คนส่วนใหญ่จะจ่ายเงินมากขึ้น เมื่อเมนู ไม่มีหน่วยเงินกำกับอยู่ด้วย เพราะใจเราจะไม่คิดถึงจำนวนเงินนั่นเอง

2.อยากให้ลูกค้ากินเยอะหรือกินน้อย ก็ทำได้เหมือนกัน  

“เมื่อใช้จานใหญ่ คนส่วนใหญ่จะคิดว่าตัวเองกินได้เยอะ และหลายครั้งมักจะตักอาหารมากกว่าที่สามารถกินได้จริงๆ” นี่เป็นผลการวิจัยของ Journal of Consumer Research ฉะนั้นไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมร้านอาหาร A la carte ที่ขายอาหารเป็นจาน จึงมักเสิร์ฟอาหารจานใหญ่ เพื่อทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าอาหารมีปริมาณมากและคุ้มค่า ขณะที่ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ชอบจัดจานเล็กๆ แบนๆ เพื่อให้ลูกค้าไม่ตักอาหารมากเกินความต้องการ หรืออีกนัยหนึ่งคือ เมื่อตักได้น้อย ลูกค้าอาจจะไม่อยากลุกเดินมาตักบ่อยๆ ทำให้เขากินได้น้อยลงนั่นเอง

3.ใครว่ารูปแบบของแก้วไม่สำคัญ?

สังเกตไหมครับ เรามีความคิดฝังใจตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ว่า เครื่องดื่มแบบนี้ ต้องดื่มกับแก้วรูปร่างนี้เท่านั้น

เช่น ถ้าไปร้านกาแฟ เวลาสั่งกาแฟร้อน จะต้องเสิร์ฟมาในแก้วอ้วนๆ เล็กๆ ขณะที่กาแฟเย็นก็ต้องเสิร์ฟมาในแก้วสูงๆ ใสๆ ถ้าลองไปร้านไหนแล้วเสิร์ฟกาแฟร้อนมาในแก้วสูงๆ ใสๆ จะรู้สึกไม่คุ้นเคย

จิตวิทยาแบบนี้ มีในเครื่องดื่มอื่นๆ เช่นกัน เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลายชนิด ถ้าใส่ในแก้วที่มีรูปร่างโค้ง ลูกค้าจะมีแนวโน้มดื่มหมดเร็วกว่า แก้วทรงตรง เหตุผลคือคนส่วนใหญ่ชอบดื่มให้ถึงจุดใดจุดหนึ่งเสมอ เช่น ครึ่งแก้ว หรือหมดแก้ว สำหรับแก้วที่มีรูปทรงโค้ง เวลาดื่มมาถึงครึ่งแก้ว ความจริงแล้วคุณดื่มไปมากกว่าครึ่งแก้วแบบไม่รู้ตัวแล้ว (เพราะแก้วโค้งๆ ส่วนใหญ่บริเวณฐานมักจะแคบกว่าปากแก้วนั่นเอง) ฉะนั้นถ้าอยากให้ลูกค้าสั่งเครื่องดื่มเยอะขึ้น ลองปรับมาใช้เป็นแก้วโค้งดูนะครับ

4.กระตุ้นความอยากอาหารตั้งแต่ยังไม่เข้าร้าน

“KFC” “Subway” “McDonald’s” คือเชนร้านอาหาร ชื่อดังระดับโลกที่คนไทยรู้จักเป็นอย่างดี แต่เคยสังเกตไหมว่า สิ่งหนึ่งที่ทั้งสามแบรนด์นี้มีคล้ายกันคือ “สี”

ทั้ง 3 แบรนด์มีโลโก้ หรือการตกแต่งร้านที่เน้นสีเหลืองและสีแดง เป็นหลัก นั่นเป็นเพราะว่า สีแดง เป็นสัญลักษณ์ของความตื่นเต้น กระตุ้นความอยากอาหาร แต่ถ้าร้านตกแต่งร้านสีแดงแล้วเราเสิร์ฟอาหารช้าล่ะก็ ระวังลูกค้าโมโหหิวนะครับ (ก็เราไปกระตุ้นความอยากเขาแล้วหนิ) ส่วนสีเหลือง เป็นสีแห่งความสุข ช่วยเพิ่มความกระตือรือร้น กินอาหารแล้วมีแต่รอยยิ้ม และได้ยินแต่เสียงหัวเราะ

5.อย่าลืมใส่ใจหน้าตาอาหาร

ผลการวิจัยหลายแห่งระบุตรงกันว่า ถ้าอาหารรูปร่างสี่เหลี่ยม เช่น ช็อคโกแลตสี่เหลี่ยม ลูกค้ามักจะคิดว่ามีรสขม แต่ถ้าช็อคโกแลตมีรูปร่างกลมๆ ลูกค้าจะคิดว่ามีรสหวาน (ทั้งๆ ที่เป็นอาหารหรือขนมชนิดเดียวกัน) ฉะนั้นเวลาออกแบบเมนูขนมหวาน จำพวกช็อกโกแลต ร้านอาหารอาจนำทฤษฎีนี้มาใช้ได้นะครับ ทั้งนี้นอกจากรูปร่างของอาหารแล้ว สีสันก็มีผลเช่นกัน โดยนักจิตวิทยาหลายสำนักกล่าวว่า สีฟ้า เป็นสีที่ไม่ควรนำมาปรุงอาหาร เพราะจะทำให้ความอยากอาหารลดลง (ลองสังเกตดูนะครับว่า อาหารส่วนใหญ่มักไม่มีสีฟ้าเลย)

นอกจากหน้าตาอาหารแล้ว “คนส่วนใหญ่มักคิดว่า ถ้าสินค้าอะไรมีน้ำหนักมากกว่า มักจะมีคุณภาพดีกว่า” ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆ เลยครับ เวลาเราไปรับประทานอาหาร ถ้าร้านนั้นใช้ช้อนเงินหรือช้อนสแตนเลท ที่ค่อนข้างหนัก จะรู้สึกว่าอาหารร้านนี้น่าจะมีคุณภาพ ทั้งๆ ที่อาหารยังไม่เสิร์ฟถึงโต๊ะเลยด้วยซ้ำ

จิตวิทยาเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่อาจจะช่วยเพิ่มยอดขายได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้การันตีว่าจะประสบความสำเร็จ ทำให้ยอดขายพุ่งได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะท้ายที่สุดแล้วหัวใจสำคัญที่ทำให้ร้านอาหารประสบความสำเร็จคือการรักษาคุณภาพ ทั้งด้านรสชาติและบริการให้ได้มาตรฐาน เพื่อรักษาลูกค้าเอาไว้ให้ได้

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก amarinacademy.com