จับตามองยุคทองของ AI ในปี 18

หากพูดถึงเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่มาแรงที่สุดในตอนนี้ คงต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เป็นเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญมากขึ้นในธุรกิจหลาย ๆ ด้าน ซึ่งจริง ๆ แล้วนั้น AI ได้แทรกซึมเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของเรามานานแล้ว โดยคาดการณ์ว่าภายในปี 2020 กว่า 85% ของผู้บริโภคจะซื้อสินค้าผ่าน AI มากกว่าผ่านมนุษย์ด้วยกันเอง

——————————————————————-
วิทยาลัยนวัตกรรมการจัดการ เปิดรับ นักศึกษา ปริญญาโท ปริญญาเอก (บริหารธุรกิจ รัฐประศาสนศาสตร์) สถานที่เปิดรับ ศาลายา บพิตรพิมุข วังไกลกังวล สนใจเปลี่ยนแปลงตัวเอง และค้นหาสิ่งใหม่ ที่เรามอบให้ท่านได้ ลองโทรมาสอบถาม 092-442-8000 , 092-442-9000 , 092-442-7000  #rcim #วิทยาลัยนวัตกรรมการจัดการ
——————————————————————

ปัจจุบันมีหลายธุรกิจได้นำระบบปฏิบัติการ AI เพื่อใช้ในการพัฒนาอุตสาหกรรม เช่น ระบบจดจำใบหน้าและแท็กรูปอัตโนมัติบน Facebook หรือจะเป็น Siri ใน iPhone และอีกหนึ่งค่ายที่นำระบบ AI มาพัฒนาคือ Huawei ที่ได้ทำการเปิดตัว หน้าจอไร้ขอบ มีชิป AI แยกเฉพาะ ใช้ AI ช่วยปรับค่าตอนถ่ายรูปได้ และแน่นอนว่า AI มีประโยชน์มากพอที่จะทำให้หลายบริษัทยักษ์ใหญ่ในโลกอย่าง Google, Microsoft, Facebook ต่างทุ่มงบวิจัยและพัฒนา AI กันอย่างมหาศาล ซึ่งได้มีการเผยถึงแนวโน้มพัฒนา AI ขึ้นอีกมากมาย

มาดูกันว่าเทคโนโลยีด้าน AI ที่น่าจับตามองในปี 2018 มีอะไรน่าสนใจบ้าง

AI จะเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่มีความชาญฉลาดมากยิ่งขึ้น

จากการเรียนรู้ข้อมูลเพิ่มเติมในการใช้ชีวิตประจำวันของเราแต่ละวัน ที่นับวัน AI จะยิ่งรวบรวมได้มากขึ้นเรื่อย ๆ รวมไปถึงเข้าใจพฤติกรรมและรูปแบบการใช้ชีวิตของเรา จนสามารถเข้าใจตัวเรา มากกว่าตัวของเราเองเสียอีก (Alejandro Troccoli, นักวิจัยอาวุโส, NVIDIA)

การพัฒนา AI จะมีความหลากหลายมากขึ้น 

หลาย ๆ หน่วยงานและหลาย ๆ องค์กรเริ่มขยับตัวก้าวให้ทันโลก โดยเริ่มมีส่วนร่วมในการสร้างและพัฒนา AI ในขณะที่เครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการสร้าง AI นั้นก็จะใช้งานง่ายมากขึ้น และมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้การแปลข้อมูลและ Algorithm ให้กลายมาเป็น AI ไม่ใช่งานของคนในสาย IT หรือ Data เท่านั้นอีกต่อไป ผลิตภัณฑ์และแอปพลิเคชันจะช่วยให้สามารถสอบถามการทำงานด้านต่าง ๆ ของโมเดลต้นแบบได้มากขึ้น ซึ่งส่งผลให้เกิดความไว้วางใจและความเชื่อมั่นในระบบเหล่านี้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแอปพลิเคชันที่มีใช้ในภารกิจสำคัญต่าง ๆ  (George Shih, ผู้ก่อตั้ง MD.ai และรองศาสตราจารย์และรองประธานฝ่ายสารสนเทศ)

AI จะกลายเป็นเทคโนโลยีหลักในการสร้าง Content 

จากการวิจัยคาดว่า AI จะกลายเป็นเทคโนโลยีที่สามารถใช้สร้างสื่อใหม่ ๆ แต่ละบุคคลได้ เช่น เพลงตามรสนิยมของคุณ AI จะจินตนาการถึงบริการเพลงในอนาคต แต่ไม่ใช่เพียงเท่านั้น ยังสามารถสร้างเพลงใหม่ ๆ ที่คุณชื่นชอบให้กับคุณอย่างได้ต่อเนื่อง (Jan Kautz ผู้อำนวยการอาวุโส ด้าน Visual Computing และ Machine Learning Research, NVIDIA)

การลงทุนด้านเทคโนโลยีจะปรับเป็นการลงทุนด้าน AI

จะส่งผลถึง 25% ในส่วนของการลงทุนทางด้าน IT ในอนาคต ที่สำคัญคือองค์กรและบุคลากรจะต้องสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในโลกใหม่ที่ AI จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นให้ได้ (Nicola Morini Bianzino, กรรมการผู้จัดการฝ่ายปัญญาประดิษฐ์และการเติบโตกลยุทธ์ของเทคโนโลยี)

 

Biometrics จะนำมาใช้ยืนยันตัวตนแทนบัตรเครดิตและใบขับขี่ 

เทคโนโลยี AI สแกนภาพใบหน้าจะมีการนำมาใช้ยืนยันตัวตนแทนใบขับขี่และบัตรเครดิตเพื่อซื้อของ รวมถึงอาจนำมาใช้แทน Barcode การจดจำใบหน้าได้เปลี่ยนการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไปเรียบร้อย โดยใช้ความสามารถด้าน Biometrics อีกทั้งยังมีการนำมาใช้ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีกับการค้าปลีกอีกด้วย ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ จะสามารถเห็นการซื้อสินค้าโดยผู้คนไม่จำเป็นต้องยืนอยู่ในร้านค้าอีกต่อไป (Georges Nahon, CEO Orange Silicon Valley และประธาน Orange Institute ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการวิจัยระดับโลก)

จากแนวโน้มดังกล่าวทำให้ปี 2018 คงมีรัฐบาลอีกหลายประเทศโดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว และมีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ รวมถึงประเทศเล็กแต่มีเทคโนโลยีก้าวหน้า หันมาร่างกฎหมายด้าน AI กันมากขึ้น ส่วนในอนาคต AI มีการพัฒนามากขึ้นมากน้อยแค่ไหนนั้น หรืออาจจะมาแทนที่คนในส่วนของแรงงาน และอาจจะส่งผลกระทบต่อหลาย ๆ ส่วน

สิ่งที่ควรทำที่สุด คือการเตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่จะเกิดในอนาคตให้ดีที่สุด และจงทำให้ปัญหาที่มี พลิกเป็นโอกาสให้ตัวเราต่อไป

ที่มา: https://blogs.nvidia.com/blog/2017/12/03/ai-headed-2018/