10 แนวโน้มที่จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ ให้ประสบความสำเร็จในปี 2018

โค้งสุดท้าย สำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาตัวเองและเรียนรู้กับเทคโนโลยีใหม่ถ่ายทอดจากผู้ที่มีประสบการณ์จริง ประสบความสำเร็จจริง จะมาถ่ายทอดพร้อมกับเรียนรู้ในวิชาการ ที่จะทำให้คุณได้ลงมือทำ และมีเวทีให้คุณได้แสดงความคิด จะเปลี่ยนให้คุณมีนวัตกรรมและการจัดการที่เหนือกว่าคนอื่น เชิญมา เปลี่ยน…เพื่อก้าวสู่ยุคใหม่

วิทยาลัยนวัตกรรมการจัดการ เปิดรับสมัคร นักศึกษาใหม่

ปริญญาโท-เอก บริหารธุรกิจ และ รัฐประศาสนศาสตร์

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สนใจติดต่อสอบถาม

092-442-8000, 092-442-9000, 092-442-7000 #วิทยาลัยนวัตกรรมการจัดการ #rcim รีบสมัครด่วน มีสิทธิ์รับทุนการศึกษา

—————————————————————————

10 แนวโน้มที่จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ ให้ประสบความสำเร็จในปี 2018 การติดตามข่าวสารและเทรนด์ที่กำลังจะเกิดขึ้น เป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อที่จะได้พัฒนาหรือออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ตอบสนองต่อความต้องการ และนี่คือ 10 แนวโน้มที่จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ ของคุณให้ประสบความสำเร็จ 10 แนวโน้มที่จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ

1. Millennials กำลังเข้าสู่ยุค Generation Z เรากำลังเข้าสู่ยุคการก่อร่างสร้างตัวของคน Gen Z ตอนนี้มีประมาณเกือบ 70 ล้านคนที่กำลังศึกษาอยู่ในวิทยาลัย หรือ เป็นกลุ่มแรงงานในขณะนี้ ซึ่งมีจำนวนมากกว่ากลุ่ม Millennials คนกลุ่ม Millennials มีบทบาทในองค์กรอย่างมาก และถือตนเองเป็นศูนย์กลาง คนเหล่านี้มักจะมีการศึกษาค่อนข้างสูง และสามารถใช้เทคโนโลยีได้เก่ง นอกเหนือจากการจัดการกับเพื่อนร่วมงานได้แล้ว ในอนาคตอันใกล้นี้อาจจะต้องจัดการกับการพนักงาน Gen Z อีกด้วย Gen Z เป็นกลุ่มรุ่นแรกที่เกิดมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำและอุปกรณ์ที่ทันสมัย ซึ่งจะแตกต่างกับคน Millennials อย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะด้านการใช้ชีวิต ความคิด หรืออะไรก็แล้วแต่ ซึ่งถือเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับหลายๆ บริษัทและแบรนด์ใหญ่ๆ ต่างก็ต้องรีบทำความเข้าใจกับคนรุ่นใหม่ เพื่อพัฒนาสิ่งที่มีอยู่ หรือเปลี่ยนแปลงออกแบบผลิตภัณฑ์ที่จะตอบสนองความต้องการของคนยุคนี้ ในฐานะพนักงานและผู้บริโภค 2. Artificial Intelligence ช่วยเพิ่มประสบการณ์ของลูกค้า เมื่อคุณนึกถึง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) คุณอาจนึกถึงระบบอัตโนมัติ ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และวิทยากรชั้นนำ Christopher Penn รองประธานฝ่ายเทคโนโลยีการตลาดของ SHIFT กล่าวว่า “การเรียนรู้ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์มีอยู่ด้วยกัน 3 ระดับคือ 1. AI ทำงานได้ตามปกติโดยมนุษย์เป็นคนควบคุมในการป้อนคำสั่ง 2.ระบบเรียนรู้ด้วยตัวเอง Machine Learning และสุดท้าย 3.การเรียนรู้เชิงลึกระหว่าง AI กับ AI บริษัทต่างก็ให้ความสนใจเกี่ยวกับเอไอ เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ของเอไอ ให้กลายเป็นบรรทัดฐานสำหรับประสบการณ์ของผู้บริโภคที่เป็นประโยชน์มากขึ้น และนี่คือตัวอย่างที่ใช้ AI ในการประเมินข้อมูล GPS -Google map ให้ข้อมูลลูกค้าแบบเรียลไทม์จากโทรศัพท์ และคาดว่าเอไอจะถูกพัฒนาและปรับแต่งที่สูงขึ้นเพื่อให้ข้อมูลรายบุคคลแบบเฉพาะเจาะจงของผู้บริโภคมากขึ้น 5 สิ่งที่จะเกิดขึ้นเกี่ยวกับ AI “เอไอไม่ได้เป็นแนวคิดที่ใหม่ แต่เป็นเครื่องมือและเทคโนโลยีมีอยู่ และสามารถเข้าถึงได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย” 3. ชุมชนมีปฏิสัมพันธ์กับ Social Media คนต่างใช้สมาร์ทโฟนอยู่ตลอดเวลา อาจทำให้คุณคิดว่าคนส่วนใหญ่ชอบสื่อสารออนไลน์มากกว่า การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างคน แต่บริษัทใหญ่ๆ ต่างตระหนักว่าการสร้างชุมชนที่ยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดความจงรักภักดีต่อแบรนด์ในระยะยาว และไม่มีสิ่งใดที่จะผลักดันชุมชนให้ดีขึ้นไปกว่าการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่า การ Live จะทำได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า Video ที่เป็นคลิปธรรมดา “คาดว่าจะได้เห็น บริษัทที่ลดการถ่ายทอดสด จะนำกลับมาทำเพิ่มอย่างแน่นอน” 4. ค่าจ้างและรายได้เพิ่มขึ้น คาดว่าในปีหน้าจะมีการเพิ่มขึ้นค่าแรงทั่วทุกภาค ในงานที่มีความต้องการสูง เช่น การดูแลสุขภาพการดูแลผู้สูงอายุและการรักษาด้วยกายภาพคาดว่าการเพิ่มค่าจ้างจะสูงขึ้น แต่อาชีพที่มีแนวโน้มค่าแรงเพิ่มขึ้นที่แน่นอน คือ วิศวกรรม เทคโนโลยีโดรน(อากาศยานไร้คนขับ) และ Virtual reality ภาพเสมือนจริง เนื่องจากไม่กี่ปีที่ผ่านมามีค่าแรงตกต่ำ และมีอัตราการว่างงาน อยู่ที่ระดับต่ำสุด 4.1% ของแรงงาน จะทำให้นายจ้างรู้สึกกดดันและต้องยอมปรับรายได้ และเพื่อดึงดูดและรักษาพนักงานที่มีคุณภาพเอาไว้ 5. การเรียนรู้ทางสังคมดีกว่าการเรียนรู้จากระยะไกล การเรียนรู้ทางสังคมคืออะไร การเรียนรู้ทางสังคมเป็นกระบวนการของการเรียนรู้โดยมีการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ตัวอย่างที่พบบ่อยที่สุดของการเรียนรู้ทางสังคมอยู่ในรูปแบบของ “เพื่อนฝูง” เป็นการเผชิญหน้ากันในที่ทำงานตั้งแต่คนสองคนหรือมากกว่านั้นขึ้นไป โดยการพูดคุยแบ่งปันความคิดกัน หรือออกไปหาความรู้เพิ่มเติมด้วยกัน “การเรียนรู้ทางสังคมสามารถเกิดขึ้นได้ในระหว่างการเผชิญหน้าแบบไม่เป็นทางการ ระหว่างสมาชิกภายในทีมในการแก้ปัญหาแบบเรียลไทม์ “ จากการศึกษาพบว่าประมาณ 50% ของบริษัท ที่ใช้การเรียนรู้ทางสังคม จะเข้าใจได้ง่ายกว่าการใช้โปรแกรมสื่อสารระยะไกล การเรียนรู้ทางสังคมจะช่วยทำให้เกิดการมีส่วนร่วมได้มากกว่า ส่วนโปรแกรมการเรียนรู้ออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด ได้แก่ กลุ่มดิจิทัลที่ผู้เข้าร่วมสามารถแบ่งปันประสบการณ์ของพวกเขาโดยการ Q&A

6. Live Streaming Video ช่วยทำกำไรให้กับธุรกิจ

ในขณะที่วิดีโอกำลังกลายเป็นองค์ประกอบที่สำคัญและจำเป็นสำหรับหลายๆ บริษัท โดยเฉพาะธุรกิจ Entertainment เพราะจะทำให้ลูกค้ามีส่วนร่วมได้มากขึ้น ไม่ใช่การตลาดรูปแบบเดิมที่ลูกค้าไม่มีตัวตนอีกต่อไป ลูกค้าต้องการเชื่อมต่อกับคนจริงๆ เพราะสามารถโต้ตอบและสอบถามข้อมูลทีสงสัยได้ และวิดีโอเป็นสื่อเนื้อหาที่มีคนดูมากที่สุด การ Live Streaming Video หรือที่เราคุ้นเคยกันว่า “การไลฟ์สด” จึงเป็นอีกวิธีที่มีประสิทธิภาพในการดึงดูดผู้ชม

Nick Losq ผู้ก่อตั้งและหัวหน้าฝ่ายครีเอทิพของ StarBeast กล่าวว่า “วิดีโอเป็นรูปแบบสื่อที่ทำได้ง่ายที่สุดและเป็นสิ่งที่สามารถครอบงำสมาร์ทโฟน และเมื่อธุรกิจเริ่มเพิ่มส่วนประกอบของการทำวีดิโอแบบ “Live” จะช่วยทำให้ธุรกิจสามารถแยกตัวออกจากคู่แข่งได้”

ธุรกิจ Live Streaming Video สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์เชื่อมต่อกับมนุษย์ในรูปแบบเรียลไทม์กับผู้ชม ไม่ว่าจะเป็นสตรีมมิ่งการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ การถ่ายงานการสัมมนางานอีเวนท์ต่างๆ การให้บริการ Q&A การสตรีมความคิดเห็นต่อผลิตภัณฑ์ วิดีโอสดจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางการตลาด การวิจัยของ Livestream พบว่า 80% ของผู้ชมอยากดูการไลฟ์สดจากแบรนด์มากกว่าอ่านบล็อก และอีก 82% ชอบการไลฟ์สดที่แบรนด์โพสต์ลงยัง Social ต่างๆ และ 73% พบว่ารูปแบบ Live Streaming Video ได้ผลตอบแทนจากการลงทุนที่คุ้มค่า

“บริษัทที่วางแผนและทุ่มเทให้กับวิดีโอสตรีมสดจะเป็นกลายผู้ครองตลาดในธรุกิจนั้น”

7. ให้บริการทุกคนไม่ใช่แค่ผู้ซื้อ

เป็นแนวคิดที่ส่งเสริม Customer Journey เพื่ออธิบายเส้นทางผู้บริโภคที่มีโอกาสที่จะเป็นลูกค้าของคุณ เพื่อช่วยในการตัดสินใจซื้อ เพราะลูกค้าปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้น ทำให้เราเข้าใจได้ยากถึงความต้องการที่แท้จริง และการทำรีวิวสินค้า หรือ การโฆษณาลงบนโลกออนไลน์ จะทำให้แบรนด์ได้ผ่านตาผู้บริโภค และได้อ่านหรือได้รับรู้ความคิดเห็นของผู้ใช้ แบรนด์ของคุณก็อาจจะกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกของพวกเขา เมื่อถึงเวลาที่ผู้บริโภคจะต้องตัดสินใจซื้อ เขาก็จะรู้ถึงคุณสมบัติผลิตภัณฑ์และราคาของคุณ โดยที่ไม่ต้องสอบถามกับพนักงาน ช่วยให้ง่ายต่อการตัดสินใจมากขึ้น

Jon Reed นักการตลาด กล่าวว่า “ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “กลุ่มผู้บริโภค ” หรือ ” เครือข่ายของผู้บริโภค ” เพราะ “ผู้บริโภคบางคนไม่ได้คิดจะซื้อ แค่อยากที่จะเรียนรู้ของเรา” และเราไม่ควรกำหนดเป้าเพียงแค่ผู้ที่ซื้อของเราเพียงอย่างเดียว

หลายบริษัทตระหนักว่าสิ่งที่ดีที่สุดที่พวกเขาสามารถทำได้คือ การให้บริการโดยไม่คำนึงว่าใครจะเป็นลูกค้าหรือไม่เป็นลูกค้า โดยไม่แบ่งแยกจะสร้างความไว้วางใจให้กับผู้บริโภค แล้วคุณจะกลายเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือสำหรับพวกเขา

8. การตลาดที่มุ่งเน้นถึงปัญหาของผู้บริโภค

การตลาดส่วนใหญ่มักจะทำการตลาดเพื่อทำยอดขายให้ได้ตามที่ตั้งเป้าหมาย “ขอแค่ขายได้ก็พอ” แค่นี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจแล้ว โดยที่ไม่ได้คำนึงว่าผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์จากผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณหรือไม่

บริษัทส่วนใหญ่ที่เราได้เห็นว่ามีการเติบโตที่เพิ่มขึ้น เป็นเพราะเขามุ่งเน้นไปปัญหา และความท้าทายในการที่จะช่วยลูกค้าแก้ไขปัญหา After-sales service ให้กับลูกค้าเพื่อหา Solution ที่เหมาะสำหรับลูกค้าในการแก้ไขปัญหา แทนการมุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ โดยที่ผู้บริโภคอาจจะไม่สนใจ จึงทำให้เรามักจะเจอกับเหตุการณ์ บริโภคซื้อเพราะทดลองใช้หรือเพียงเพราะมันน่าสนใจ แต่ไม่ได้เป็นลูกค้าของเราไปตลอด และการที่เราไม่สามารถมัดใจผู้บริโภคที่เคยซื้อไว้ได้ก็ยิ่งยากต่อการทำธุรกิจ เพราะบริโภคในปัจจุบันมีความต้องการที่ซับซ้อนมากขึ้น

“จะทำให้บริษัทหันมาตระหนักถึงปัญหาของผู้บริโภคมากขึ้น”

9. เปิดประตูต้อนรับและดึงดูดความสนใจ

องค์กรชั้นนำยอมรับว่า SMEs มีบทบาทอย่างกว้างขวางในองค์กร เนื่องจากเทคโนโลยียังคงถูกพัฒนา และบางอย่างทำให้อุตสาหกรรมต่างๆต้อง Disruption บริษัทและผู้บริโภคต้องพึ่งพา SMEs มากขึ้น เพื่อให้ความรู้และให้คำแนะนำ แม้ว่าบางอย่าง ผู้บริโภคจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัทแล้วก็ตาม สิ่งที่จะทำให้บริษัทประสบความสำเร็จคือ

1. มีการฝึกอบรมและให้การสนับสนุน SMEs เพื่อช่วยให้พวกเขานำทางในการขายที่ซับซ้อนมากขึ้น

2. พัฒนาความเชี่ยวชาญในองค์กรการขายของคุณ เพื่อสร้างความเชี่ยวชาญในด้านอุตสาหกรรมที่ทำอยู่

และธุรกิจต้องให้ความสำคัญกับคุณสมบัติของผู้นำที่จะมาบริหารให้เหมาะสม และให้ความสำคัญกับโอกาสที่เหมาะสมในการที่ใช้ทรัพยากร ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด SMEs จะไม่ยอมให้เสียเวลาในการแสวงหาโอกาสที่ไม่ดีและพวกเขาไม่ต้องการเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ SMEs ยังถูกใช้ในตำแหน่งคอยเปิดประตูต้อนรับและดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค

10. จับตามอง Blockchain

หากคุณเคยลงทุน Bitcoin มูลค่า 1,000 เหรียญในปี 2551 คุณจะมีเงินราวกว่า 40,000,000 เหรียญในวันนี้ ด้วยมูลค่าของ Bitcoin สกุลเงิน Digital ที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ทำให้ Blockchain จึงเป็นที่ดึงดูดความสนใจ และคำว่า Bitcoin ถูกค้นหามากที่สุดเป็นอันดับสองในเว็บไซต์โดยมีการค้นหามากกว่า 400% ในปี 2017 ซึ่งมากกว่าปีก่อนๆ เราเริ่มเข้าใจในวงกว้างและการยอมรับในเทคโนโลยี Blockchain จากการได้เห็นบริษัทไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็กต่างก็เริ่มปรับตัวแล้ว เช่น

– บริษัทที่ปรึกษารายใหญ่ เช่น Accenture และ Deloitte กำลังสร้างพื้นที่การปฏิบัติงานแบบ blockchain และพัฒนาพันธมิตรที่สำคัญในพื้นที่

– และเมื่อไม่นานมานี้ IBM ได้ร่วมมือกับ Nestlé, Walmart, Costco และอื่นๆ เพื่อปรับปรุงความปลอดภัยในห่วงโซ่

– นายหน้าบางรายเริ่มยอมรับ Bitcoin ในการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

อุปสรรคไม่สามารถเอาชนะได้ในชั่วข้ามคืนเช่นเดียวกับ อินเทอร์เน็ต และ สื่อสังคมออนไลน์ ที่ก็เคยมีอุปสรรคมาก่อนกว่าจะถูกยอมรับในปัจจุบัน Blockchain จะทำให้เกิดธุรกรรมทางดิจิทัลในรูปแบบใหม่ๆ และทำให้ธุรกิจเก่าๆ บางอย่างเกิด Digital Disruption

ขอขอบคุณข้อมูล Outgreenfish